ถามคำถาม เจาะตลาดลาว เเบบไม่หลงทาง ?


หากคุณต้องการถามคำถาม..
- ลงทุนในลาว เจาะตลาดลาว  เเบบไม่หลงทาง ? -
มีอะไรในประเทศลาวที่น่าสนใจ
ต้องขอให้ ทำตามกติกา 1,2,3,4,5,6,7,8
เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาในการถามข้อมูล
ความเป็นมาของแต่ละคนประหยัดเวลาทั้งผู้ถามและผู้ตอบ
ให้ข้อมูลเบื้องต้นของคุณ
เเบบสรุป คร่าวๆในเรื่อง
1.ชื่อ &  ปัจจุบันเปิดกิจการ หรือ อาศัยอยู่ที่ไหนจังหวัดอะไร
( ที่ถามจังหวัด ในบางกรณีบางคนอยู่ใกล้ชายแดนลาว พื้นที่ใดก็จะได้แนะนำให้ สำหรับพื้นที่นั้นที่ใกล้เคียง )
ถ้าไลน์คุณไม่มีรูปของตัวคุณ
ทักมาครั้งเเรกให้ส่งรูปมาด้วย
ผมใช้รูปจริง/คุณผู้ถาม ก็ต้องใช้รูปจริง
2.ธุรกิจ สินค้า ที่คุณสนใจ จะเจาะตลาดลาว
มีบางกรณีผู้ถามมีสินค้าอยู่แล้วต้องการขยายตลาด
แต่ก็มีบางกรณีที่ผู้ถามยังไม่มีสินค้าเลย
แต่ต้องการที่จะขายสินค้าลูกค้าในลาวในอนาคต ผมก็จะแนะนำให้ในแต่ละ คนไป ตามความเหมาะสม
3.ทำไมถึงมีความสนใจช่องทางธุรกิจในลาว
มองตลาด..ประเทศลาว อย่างไร?
- คำถามนี้จะวัดถึงความเข้าใจและมุมมองในด้านธุรกิจของผู้ถาม
เพราะบางครั้งผู้ถามก็เป็นเพียงแค่ผู้ที่เริ่มสนใจในตลาดลาว เพิ่งเริ่มนับหนึ่ง
ผมจะเเนะนำอีกเเบบหนึ่ง
บางคนก็มีความรู้ความเชี่ยวชาญรู้จริงในด้านธุรกิจที่ทำอยู่แล้ว ในไทย
เพียงแต่ขาดข้อมูลของประเทศลาวเท่านั้น
ผมจะได้ตอบคำถามให้ตรงกับความต้องการให้เหมาะสม กับแต่ละคน
4.ประสพการณ์ ทำงาน หรือธุรกิจที่ทำอยู่ ในปัจจุบัน  ค้าขายอะไร อย่างไรบ้าง?
จะได้รู้พื้นฐานของแต่ละบุคคลที่ถาม
บางคนเชี่ยวชาญ ในธุรกิจในสาขาที่ตัวเองทำอยู่ เเต่ต้องการขยายตลาดไปลาว
บางคนมือใหม่ในการทำธุรกิจ
จะได้ให้คำแนะนำให้เหมาะสมกับเเต่ละคน .
5.เคยมาลาวที่ไหนบ้าง บ่อยนานเเค่ไหน
มาทำอะไร ?
ที่ต้องตอบคำนี้พวกผมจะได้ประเมินได้ว่ารู้และเข้าใจคุ้นเคยเกี่ยวกับ สปป.ลาว
มากน้อยแค่ไหน มีเครือข่ายอยู่ในลาวมาก่อนหรือไม่
6.ข้อมูลอื่น ๆเกี่ยวกับตัวคุณ
เช่น  **ความชำนาญด้านอื่นๆที่คุณมี**
เคยมีหลายกรณีที่ผู้ถาม มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน 
แต่เขา ไม่รู้มาก่อนว่า สิ่งที่เขาเชี่ยวชาญ
เป็นสิ่งที่มีความต้องการ มาก
ใน ระบบเศรษฐกิจ เเละสังคม ประเทศลาว
คุณบอกข้อนี้ผมก็จะได้ให้คำแนะนำชี้ช่องทางโอกาส ทางธุรกิจในลาวให้เพิ่มเติม
ความเชี่ยวชาญบางอย่าง ในไทยมีเยอะแต่ที่ลาวยังขาด
7.รุปสินค้าของคุณ  .ถ้ามีก็ส่งมา.
8.คำถามสำคัญ **
คุณลงมือทำอะไรไปแล้วบ้างในตลาดประเทศลาว กิจกรรมทางการตลาดหรือสำรวจตลาดในลาว ..?
ข้อนี้สำคัญ
ถ้าคุณลงมือไปแล้ว เเต่ขาดข้อมูลที่ถูกต้องหรือต้องการคำเเนะนำช่วยเหลือใดๆเพิ่ม
ถ้าผมความช่วยได้
ผมก็จะพร้อมช่วย
สิ่งที่ผมรู้เก็บไว้กับตัวก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร
หากสิ่งที่ผมรู้ ถ้าบอกไปแล้วเกิดประโยชน์กับคนอื่น
ได้ทำประโยชน์ให้ สังคมไทย ให้คนไทย
ก็คือความสุขอย่างหนึ่งครับ
*ให้ทำตามกติกาให้ครบ
1,2,3,4,5,6,7,8 จึงจะได้คุยกันเเบบไม่อึดอัด สะดวกรวดเร็ว ไม่เสียเวลาทั้ง 2ฝ่าย
*เเละ*
เพื่อเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับประเทศลาว
ให้คนไทยคนอื่นที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ สปป.ลาว
ขอความร่วมมือ ให้ผู้ถามคำถาม

สนับสนุนกิจกรรมเพจลงทุนในลาว
ด้วยการ  *กดไลค์ คอมเม้นท์ หรือ แชร์เพจ*
เพจ FB  :  ลงทุนในลาว@LAOCONSULT

ผมช่วยตอบให้เป็นเเนวทาง""เบื้องต้น""
ด้วยจิตอาสาช่วยคนไทยร่วมชาติ 
จากประสพการณ์จริงจากการทำธุรกิจ
กับคู่ค้าใน สปป.ลาว มากว่า 16 ปี   เป็นเจ้าของ
เพจ :  ลงทุนในลาว@Laoconsult
ให้คำปรึกษาด้วยจิตอาสา กับคนไทย
มา กว่า 9 ปี

คำตอบเบื้องต้นจะทำให้คุณได้รู้ ในสิ่งที่..  จำเป็น..  ที่ควรรู้

หากคุณรับฟังและนำไปปฏิบัติ 
ถ้าคุณคิดจะก้าวขา มาทำธุรกิจในลาวจริงๆ
รับรองได้ว่าจะช่วยให้คุณ ประหยัดเงิน เเละค่าเวลา ได้เกิน xxx,xxx บาท ++เเน่ๆ
ไม่ต้องไป เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์จากการไปลองผิดลองถูกเอง
โดยที่ไม่ทราบข้อมูล ที่ถูกต้องในการเริ่มต้นเข้าสู่ ตลาดใน สปป.ลาว
----
การให้คำปรึกษาเป็นแนวทางในเบื้องต้น
ส่วนนี้ **ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ **
ช่วยกันคนละมือ ครับ
ขอขอบคุณ
============
ผู้ที่สนใจ :ใช้บริการให้คำปรึกษาVIP
( บริการ VIP มีค่าบริการ)
เป็นการให้คำปรึกษา*VIP เเบบส่วนตัว*
เฉพาะคน เฉพาะธุรกิจ
ลดความเสี่ยง เลี่ยงความเสียหาย " 
เหมาะกับ ผู้ที่ต้องการข้อมูลลงลึก
ในรายละเอียดตรงๆ เรื่องใดที่ควรเลี่ยงเรื่องใดที่ควรทำ

เรื่องใดที่ต้องระวัง เรื่องใดที่ ควรใส่ใจ
บางคำเเนะนำ เหมาะที่จะคุยกันตรงหน้าเท่านั้น ไม่เหมาะที่จะเขียนในสาธารณะ
---
ผู้สนใจใช้บริการให้คำปรึกษา VIP
ให้สอบถามมาต่างหาก
ทางไลน์ Line : CONNEXTHAILAND
=======
ด้วยจิตคารวะ
Chai -Chaisit
Line : CONNEXTHAILAND
Google :  @LAOCONSULT
*ลาวอยู่ใกล้ไม่ต้องใช้ล่ามเเปล *
ลงทุน ในลาว ประตูสู่จีนเเละเวียดนาม

ลงทุนในลาว ที่ปรึกษาลงทุนในลาว

โอกาสทางธุรกิจในประเทศลาว(สปป.ลาว) ของ นักธุรกิจไทย
SMEs ที่กำลังสนใจขยายตลาดลงทุนในลาวไม่ควรพลาด ฟังประสบการณ์และคำแนะนำ

..ถ้าสิ่งที่ผมรู้จากการทำธุรกิจในประเทศลาว(สปป.ลาว) มากว่า 16ปี 
และเป็นเจ้าของpageจิตอาสาให้คำปรึกษาเรื่องการลงทุนในลาวมา กว่า 9 ปี 
จะมีประโยชน์กับคนไทย ว่ามีธุรกิจอะไรในประเทศลาว(สปป.ลาว)ที่น่าสนใจ 
ผมยินดีตอบ จิตอาสาช่วยคนไทยด้วยกัน

โดยเฉพาะ คำถามที่เกี่ยวกับ
ช่องทางการการจัดส่งสินค้าไปลาว
การหาคู่ค้าและร่วมลงทุนกับนักธุรกิจลาว
หรือ การจะฝากขายสินค้าใน สปป.ลาว
หรือนำสินค้าไปวางขายปลีกจัดจำหน่ายใน สปป.ลาว
ว่าสิ่งใดที่ต้องระวัง..

สิ่งใดก็ต้องควรพิจารณา คำถามเหล่านี้
ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในเว็บไซต์ใดๆ
ต้องถามเป็นกรณีๆไป
คำตอบบางคำตอบ ก็ไม่สามารถที่จะเขียนลงบนโลกโซเชียลได้
ผมพร้อมให้คุณถาม คุณจะไม่เสียเปรียบใคร
ในการไปทำธุรกิจในลาว ไม่ต้องไปถูกใครหลอก
ทั้งทั้งที่เรื่องนั้น ไม่ควรจะถูกหลอก..
ข้อมูลที่ผมมีเป็นอาจเป็นข้อมูลธรรมดาสำหรับผม แต่อาจจะเป็นประโยชน์มาก
ลดโอกาสการที่จะสูญเสียเงินทอง
โดยความไม่รู้ได้มากสำหรับผู้ที่ใหม่กับตลาดในประเทศลาว เพิ่งเริ่มต้น
ในการที่จะก้าวเข้าไปหาโอกาสการค้า
ถามว่า..ทำไม 
ถึงต้องมาตอบคำถามให้คนอื่น
ซึ่งเสียเวลาส่วนตัว
เหตุผลง่ายๆก็คือ เพื่อทำประโยชน์ให้กับคนอื่น
เเค่คำพูดที่ผมเเนะนำไว้  อาจทำให้ใครบางคนไม่เสียหาย เสียเงินไปเปล่าๆ 
จากความไม่รู้ หรือ รู้ไม่เท่าทัน
หากได้รับคำขอบคุณจากมิตร ที่ไม่เคยรู้จักกัน ก็เป็นสิ่งที่เป็นกุศลต่อกันมากแล้ว..

ปรึกษาเราจะได้ไม่เสียเปรียบใคร
อยากรู้ ก้อถามมา 
ส่งสินค้า หรือ ไม่ส่งสินค้า กับเรา ก็ไม่เป็นไร
ผมยินดีตอบ จิตอาสาช่วยคนไทยด้วยกัน
ใช้ line เเล้ว ทำตามกติกา 1,2,3,4,5,6,7 เสียก่อนนะครับ จะได้ไม่เสียเวลา
ผม Chai ยินดีตอบคำถาม
Line : connexthailand
Line : CNTLV
  • เมื่อ เเอด LINE มา ให้ เล่า เรื่องของคุณ เเบบสรุป คร่าวๆ ในเรื่อง
        1. ธุรกิจที่สนใจ ในลาว ทำไมถึงมีความสนใจ ช่องทาง ธุรกิจในลาว
        2. ประสพการณ์ ทำงาน หรือ ธุรกิจ ที่ ทำอยู่ ในปัจจุบัน  
        3. เคยมา ลาว ที่ไหนบ้าง บ่อย นานเเค่ไหน มาทำอะไร 
        4. เเละ ข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับตัวคุณ 
        5. รุปสินค้า ของคุณ
        6. ถ้าไลน์ คุณไม่มีรูป ของตัวคุณเอง ทักมาครั้งเเรกขอให้ส่งรูปมาด้วย 
        7. คุณต้องการความช่วยเหลือทางธุรกิจ การตลาด ข้อมูลการค้า ใน สปป.ลาว หรือไม่ อย่างไร?
  • ทำตามกติกา 1,2,3,4,5,6,7 ถึงจะได้คุยกัน ส่วนนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย

สินค้าไปลาวเวียดนามไม่เต็มคันรถ

เราเชี่ยวชาญตลาดลาวเวียดนาม

ตลาดลาวเวียดนาม คือโอกาสของคนไทย

สินค้าเพื่อลองตลาด ไม่ต้องส่งเต็มคันรถ

จัดการส่งออกเเละนำเข้า ไทยลาวเวียดนาม

รับส่งสินค้าย่อยเป็นรายชิ้นคิดเป็นกล่อง

ไม่เต็มคันรถ เหมาจ่ายภาษี

ลดต้นทุนสินค้า ราคาประหยัด

ลดความยุ่งยากด้านเอกสารไทยลาวเวียดนาม

มีสินค้าไม่กี่กล่องจะส่งจากไทยไปลาวเวียดนาม

มีสินค้าไม่มากนำเข้าจากลาวเวียดนาม มาไทยเเบบไม่ยุ่งยากเรื่องเอกสารนำเข้า 

ทำไงดี.. ?? 

มีลูกค้า ลาวเวียดนาม สั่งซื้อสินค้าอื่นผ่านเวปคุณ

ส่งยังไงให้ค่าใช้จ่ายต่ำสุด?

SMEจะขยายตลาดไปลาวเวียดนาม ยังไงดี?

ถ้าสินค้าจะส่งมีจำนวนไม่มากหรืออยู่ในช่วงทดลองตลาดส่งเเบบไหนถูกสุดสะดวกสุด?

คำถามเหล่านี้ เรามีคำตอบ.

**ปรึกษาผมจะได้ไม่เสียเปรียบคู่เเข่ง**

โทร /Line : 088 335 0660

Line ID : connexthailand

www.connexthailand.net

face book :  @shippingthailao    

(ให้เพิ่ม @ ข้างหน้า shippingthailao ครับ)

ผม Chai ยินดีตอบคำถาม 😊






โอกาสที่ส่งเสริมการขยายตัวทางการค้าระหว่างไทยกับ สปป.ลาว

                             

โอกาสทางการค้าที่ส่งเสริมการขยายตัวทางการค้าระหว่างไทยกับ สปป.ลาว
  1. เศรษฐกิจของ สปป.ลาว มีอัตราการเติบโตในระดับสูง GDP Growth ที่สูงขึ้นทุกปี ส่งผลให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นส่งผลต่อกำลังซื้อที่มากขึ้นด้วย
  2. รัฐบาลไทยมีนโยบายและกำหนดทิศทางความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านที่ชัดเจนและจริงจัง
  3. สปป.ลาว เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจาก Land Lock ไปสู่ Land Link ด้วยเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก – ตะวันออก (East-West Economic Corridor) ระหว่างพม่า-ไทย-สปป.ลาว-เวียดนาม (ระยะทางใน สปป.ลาว 245 กม.) โดยมีสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เป็นจุดเชื่อมไทย-ลาว ทำให้ สปป.ลาวมีทางออกสู่ทะเลทั้งที่ท่าเรือแหลมฉบังของไทย และท่าเรือดานังของเวียดนามที่ทางเลือกในการขนถ่ายสินค้าออกสู่ตลาดโลก และเส้นทางหมายเลข R3A ที่เป็นเส้นทางแห่งหนึ่งในโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจตามระเบียงเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) เชื่อมต่อระหว่างไทย (อ.เชียงของจ.เชียงราย) – สปป.ลาว (แขวงบ่อแก้ว แขวงหลวงน้ำทา) – จีน (สิบสองปันนา-คุนหมิง) เส้นทางใน สปป.ลาว ยาวประมาณ 247 กม. แล้วเสร็จเมื่อ ก.พ.2551 และเส้นทางในจีน แล้วเสร็จในปี 2552 โดยมีสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 เป็นจุดเชื่อมไทย-ลาว (กำหนดแล้วเสร็จในปี 2555) ทำให้สปป.ลาวกลายเป็นสะพานเชื่อมอินโดจีน (Land Bridge) ดังนั้น ถนนทุกสายจึงหันมาสนใจการลงทุนทำการค้ากับ สปป.ลาว มากขึ้น เพราะระบบ Logistics ที่มีการเปลี่ยนแปลงการคมนาคมขนส่งที่ถ่ายเทได้สะดวกขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มมอง สปป.ลาว ทะลุไปยังเวียดนาม และจีน
  4. สปป.ลาว อยู่ท่ามกลางประเทศเศรษฐกิจดาวรุ่งทางเหนือติดจีน(ยูนนาน 43 ล้านคน) ตะวันตกเป็นไทย (65 ล้านคน) ด้านตะวันออกเป็นเวียดนาม (83 ล้านคน) และทางตอนใต้เป็น สปป.ลาว (13 ล้านคน) เฉพาะตลาดตามรอยตะเข็บชายแดน มีประชาชนไม่ต่ำกว่า 200 ล้านคน กล่าวได้ว่า สปป.ลาว อยู่ท่ามกลาง “ทะเลคน” รอบด้านเป็นประเทศที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ดังนั้น หากมีการบริหารจัดการที่ดีเป็นโอกาสในการฟื้นฟูประเทศได้อย่างรวดเร็ว
  5. สปป.ลาว จัดอยู่ในประเทศยากจนแต่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีพื้นที่การเกษตรขนาดใหญ่ที่มีค่าเช่าถือครองที่ดินที่ไม่สูงมากนักและสามารถเช่าได้ในระยะเวลานานพอสมควร มีแร่ธาตุต่างๆ แทบทุกชนิดเช่น ถ่านหินลิกไนต์ ดีบุก ยิปซั่ม ตะกั่ว สังกะสี บ็อกไซต์เหล็ก ทองแดงอัญมณี ไปจนถึงเหมืองทองคำขนาดใหญ่ในเอเชีย ที่รู้จักในนามของเหมืองเซโปน แขวงสะหวันนะเขต เป็นเหตุให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนกันมากขึ้น
  6. สปป.ลาว มีนโยบายในการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ 20,000 เมกกะวัตต์ต่อปี สปป.ลาวถือว่าเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชีย แต่ปัจจุบันมีการใช้ไปเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น ในขณะนี้ทางไทยได้เข้าไปลง MOU เพื่อสร้างเขื่อนซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว หลายโครงการ อีก 5 ปีข้างหน้า มูลค่าการส่งออกไฟฟ้าของ สปป.ลาว อาจจะเกินดุลการค้ากับประเทศไทย
  7. ได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า
  8. โครงการ Contract Farming ทำให้ธุรกิจการเกษตรไทยเข้าไปลงทุนใน สปป.ลาว มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชผลทางการเกษตร ปศุสัตว์ เป็นต้น
  9. มีการเจรจาแผนความร่วมมือ ทางการค้าระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว ในหลายเวทีเพื่อลดปัญหาอุปสรรคทางการค้าอำนวยความสะดวกให้เกิดความลื่นไหลทางการค้าเป็นระยะๆ มากขึ้น
  10. สปป.ลาว มีเสถียรภาพทางการเมือง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินสูงและค่าแรงงานไม่แพงนัก
  11. มีชนเผ่าต่างๆ มากมายทำให้มีความหลากหลายทางด้านการท่องเที่ยว

ที่มา  http://fic.nfi.or.th/knowlegdedatabank-detail.php?id=1193

ห้างหรูในลาว

ห้างหรูไฮเอนด์ครั้งแรก ‘เวียงจันทน์ เซ็นเตอร์’  VIENTINE CENTER เวียงจันทร์ สปป.ลาว
ศูนย์การค้าเปิดใหม่ที่ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ห้างสรรพสินค้า เวียงจันทน์ เซ็นเตอร์ ..ซึ่งเป็นโครงการที่ได้กลุ่มลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ของทุนจีน กับ สิงคโปร์ มาลงทุนเพื่อยกระดับ ตามนโยบาย New Vientiane ของรัฐบาลลาว
โดยห้างดังกล่าวถือว่าเป็นห้างไฮเอ็นด์
แห่งแรกของลาว สร้างมาตั้งแต่ปี 2554
โดย มี เเผนที่ จะเปิด ร้านค้า สินค้า เเบรนด์เนมให้ มีมากกว่า 100เเบรนด์
มีความมุ่งหวังจะดึงตลาดกลุ่มลูกค้าชาวลาว เเละชาวต่างประเทศในลาวที่มีฐานะดี ให้เข้ามาจับจ่ายซื้อของและไม่ต้องบินมาซื้อสินค้าแบรนด์เนมที่ ไทย หรือ เวียดนาม พร้อมสิ่ง อำนวยความสะดวกและโรงภาพยนต์ระดับมาตรฐานก็มารวมอยู่ที่นี่ด้วย
**โรงหนัง เมเจอร์ เเพลตินัม*   ก็อยุ่ที่นี่ครับ
นอกจากห้างดังกล่าวแล้วนครหลวงเวียงจันทน์ยังเนื้อหอมและมีนักลงทุนจากอาเซียนเข้าไปลงทุน ศูนย์การค้าอีกประมาณ 2-3 แห่ง
หนึ่งในนั้นมี..บิ๊กซีซุปเปอร์สโตร์..จากไทย ด้วย
ความเห็น ส่วนตัว : ผมไปเยี่ยมชม เมื่อ วาน ..เวียงจันเซ็นเตอร์ ทำห้าง ได้น่าสนใจครับ...
ส่วนจะ สำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ต้อง รอดูต่อไป
ขอ no comment ในที่สาธารณะ
ข้อสังเกต :  สิงคโปร์ ประเทศ เล็กๆ
.เเต่ สินทรัพย์ก็ เพิ่ม มูลค่าขึ้นทุกปี จากทรัพย์สิน ที่ลงทุนไว้  ใน..ไทย เวียดนาม ลาว กัมพูชา
































เจาะเขตเศรษฐกิจพิเศษ สปป.ลาว



เจาะเขตเศรษฐกิจพิเศษ สปป.ลาว.

ลงทุนในลาว

สาขาการลงทุนที่สำคัญ

ธุรกิจไทยที่มีศักยภาพ  สินค้า บริการ และอุตสาหกรรม

ไทยเป็นประเทศผู้ลงทุนสะสมอันดับหนึ่งใน สปป.ลาว โดยมีทั้งหมด 241 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 2,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 22 โครงการขนาดใหญ่อยู่ในสาขาพลังงานและเหมืองแร่มากที่สุด ประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนสะสมใน สปป.ลาวลำดับรองลงมาได้แก่ จีน เวียดนาม ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย มาเลเซีย สิงคโปร์ แคนาดา รัสเซีย
สาขาที่ลาวได้รับเงินลงทุนจากต่างชาติมากที่สุด คือ การผลิตพลังงานไฟฟ้า รองลงมา ได้แก่สาขาเหมืองแร่ ภาคบริการ การเกษตร อุตสาหกรรม-หัตถกรรม การค้า การก่อสร้าง โรงแรมและร้านอาหาร

1) พลังงาน

รัฐบาลลาวกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศโดยตั้งเป้าหมายให้ สปป.ลาวเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” หรือแหล่งพลังงานสำรองในอนุภูมิภาค สปป.ลาวมีศักยภาพที่จะผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 23,000 เมกะวัตต์ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของ สปป.ลาว ภายในปี 2563 จะสามารถดำเนินโครงการพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่แล้วเสร็จจำนวน 29 โครงการ และผลิตไฟฟ้าได้ 8,657 เมกะวัตต์
ณ พฤษภาคม 2553 ลาวมีเขื่อนพลังน้ำเกือบ 50 แห่ง ผลิตไฟฟ้าได้รวมกันมากกว่า 1,500 เมกะวัตต์ มีเขื่อนที่ดำเนินการโดยเอกชน 2 แห่ง คือ เทินหินบูนที่บอลิคำไซ และห้วยเหาะที่จำปาสัก-อัดตะปือ

ความร่วมมือด้านไฟฟ้าและพลังงานไทย-ลาว

รัฐบาลไทยและ สปป.ลาวได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาไฟฟ้าในลาวเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2536 เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าใน สปป.ลาว ส่งจำหน่ายให้แก่ไทยจำนวน 1,500 เมกะวัตต์ภายในปี 2543 ต่อมาได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2539 และฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2549 ขยายการรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว เป็น 3,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2549 และ 5,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2558 ตามลำดับ
เนื่องจาก สปป.ลาวมีศักยภาพที่จะพัฒนาโครงการพลังงานไฟฟ้าอีกหลายโครงการและตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทยปี 2550 (Power Development Plan หรือ PDP 2007) ได้ประมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นในช่วงปี 2550-2554 ประมาณ 1,400 เมกะวัตต์ต่อปี และช่วงปี 2555-2559 ประมาณ 1,700 เมกะวัตต์ต่อปี รัฐบาลไทยจึงได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าใน สปป.ลาว ฉบับที่ 4 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2550 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ตกลงขยายการรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาวเพิ่มจาก 5,000 เมกะวัตต์เป็น 7,000 เมกะวัตต์ ภายในหรือหลังปี 2558
ปัจจุบัน ลาวมีโครงการผลิตไฟฟ้าให้แก่ไทยรวม 17 โครงการ กำลังการผลิต 9,395 – 9,890 เมกะวัตต์ จำแนกประเภทเป็น
  1. โครงการที่ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 6 โครงการ รวมกำลังการผลิต 3,574 เมกะวัตต์ แยกเป็นโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ กฟผ. แล้ว 3 โครงการ ได้แก่ โครงการเทิน-หินบุน โครงการห้วยเฮาะ และโครงการน้ำเทิน 2 รวมกำลังการผลิต 1,266 เมกะวัตต์ และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการน้ำงึม 2 โครงการเทิน-หินบูน (ส่วนขยาย) รวมกำลังการผลิต 835 เมกะวัตต์ และเตรียมก่อสร้าง 1 โครงการ คือ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสา กำลังการผลิต 1,473 เมกะวัตต์
  2. โครงการที่ลงนาม Tariff MOU แล้ว 1 โครงการ กำลังการผลิต 430 เมกะวัตต์ (Tariff MOU เป็นบันทึกความเข้าใจในการรับซื้อไฟฟ้าซึ่งจะมีการระบุอัตราค่าไฟฟ้าและเงื่อนไขที่สำคัญไว้สำหรับการจัดทำ Power Purchase Agreement - PPA ต่อไป)
  3. โครงการที่ ครม. ให้ความเห็นชอบรับซื้อไฟฟ้าแล้ว และกำลังรอลงนาม Tariff MOU 1 โครงการ กำลังการผลิต 1,220 เมกะวัตต์
  4. โครงการที่เคยลงนาม Tariff MOU ได้แล้ว แต่ MOU หมดอายุ หรือมีการยกเลิกแล้วเพื่อขอเจรจาปรับราคาซื้อขายไฟฟ้าใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจา 3 โครงการ รวมกำลังผลิต 1,826 เมกะวัตต์
  5. โครงการที่มีศักยภาพ ซึ่งผู้พัฒนาโครงการอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมของโครงการ/ อยู่ระหว่างเข้ามาให้รายละเอียดโครงการแก่ กฟผ. 6 โครงการ กำลังการผลิตประมาณ 2,335-2,830 เมกะวัตต์
โครงการปริมาณรับซื้อ(MW)กำหนดจ่ายไฟฟ้า
โครงการที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ กฟผ. แล้ว1266
1. เทิน – หินบูน22031 มี.ค. 2541
2. ห้วยเหาะ1263 ก.ย. 2542
3. น้ำเหิน 292015 มี.ค. 2553
โครงสร้างที่กำลังก่อสร้าง2,308
1. น้ำงึม615มี.ค. 2554
2. เทิน – หินบูน (ส่วนขยาย)220มี.ค. 2555
3. โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสา1,473

2) เหมืองแร่

สปป.ลาวมีทรัพยากรแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศในปี 2547 รายได้จากอุตสาหกรรมเหมืองแร่คิดเป็นร้อยละ 1.5 ของ GDP และเพิ่มเป็นร้อยละ 5.3 ในปี 2549 ตั้งแต่ปี 2545-2552 เหมืองแร่เป็นสาขาการลงทุนอันดับ 2 ในลาว มีมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐส่วนอันดับ 1 คือพลังงานไฟฟ้า มูลค่าลงทุน 11.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สินแร่ที่สำคัญของ สปป.ลาวได้แก่ ทองคำ ทองแดง เงิน บ็อกไซต์
ต่างประเทศมีโครงการลงทุนทำเหมืองแร่ใน สปป.ลาว มากกว่า 140 โครงการ ประเทศที่ลงทุนมากที่สุดคือจีน โดยมีมากกว่า 50 บริษัท ลงทุนใน 90 โครงการ โครงการที่ขุดค้นแล้ว เช่นเหมืองถ่านหินและเหมืองทองแดง เมืองยอดอู แขวงพงสาลี เหมืองสังกะสี เมืองนาหม้อ แขวงอุดมไซ เป็นต้น
เหมืองทองคำที่ใหญ่ที่สุดใน สปป.ลาว คือ เหมืองเซโปน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในเมืองบัวละพาและเมืองไซบัวทอง แขวงคำม่วน และเมืองวีละบุลี เมืองเซโปน และเมืองอาดสะพังทอง แขวงสะหวันนะเขต รวม 1,250 ตารางกิโลเมตร เดิมบริหารโดยบริษัท Oz Minerals จากออสเตรเลีย ซึ่งต่อมาบริษัท China Minmetals จากจีนได้ซื้อกิจการส่วนใหญ่และตั้งบริษัทใหม่ในนาม Minerals and Metals Group (MMG) เมื่อปี 2552
ณ กุมภาพันธ์ 2553 เหมืองเซโปนลงทุนไปแล้วประมาณ 655 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2552 ผลิตทองแดงได้ 67,500 ตัน ส่วนใหญ่ส่งออกไปไทยและเวียดนาม ตั้งแต่ปี 2546-มีนาคม 2553 เหมืองเซโปนผลิตทองคำได้ 1 ล้านออนซ์ และทองแดง 300,000 ตัน
เหมืองสำคัญอีกแห่งหนึ่ง คือ เหมืองพูคำ แขวงเวียงจันทน์ บริหารโดยบริษัท Phu Bia Mining ซึ่งบริษัท Pan Aust จากออสเตรเลียถือหุ้นร้อยละ 90 และรัฐบาลลาวถือหุ้นร้อยละ 10 เหมืองนี้อยู่ในพื้นที่สัมปทาน 2,636 ตารางกิโลเมตรที่แขวงเวียงจันทน์ ในปี 2551 ผลิตทองแดงได้ 24,929 ตัน ทองคำ 25,261 ออนซ์ และเงิน 159,676 ออนซ์ สำหรับปี 2553 บริษัทคาดการณ์ว่าจะผลิตทองคำได้ 40,000 ออนซ์ เงิน 300,000 ออนซ์ และทองแดง 63,000 ตัน
บริษัท PanAust มีแผนจะลงทุนเพิ่มอีก 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการเหมืองทองและเงินที่บ้านห้วยไซ ซึ่งอยู่ห่างจากเหมืองพูคำ 25 กิโลเมตร และมีขนาดใหญ่กว่า โดยอาจจะจ้างแรงงานถึง 500 คน มีปริมาณทองคำและเงินให้ขุดค้นได้ 6 ปี คาดว่าจะผลิตทองคำได้ปีละ 100,000-130,000 ออนซ์ และผลิตเงินได้ปีละ 700,000-800,000 ออนซ์ นอกจากนี้ บริษัทฯ กำลังสำรวจโครงการเหมืองทองแดงที่เมืองโพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง
นอกจากจีนและออสเตรเลีย เวียดนามเป็นอีกประเทศที่มีโครงการสาขาเหมืองแร่ใน สปป.ลาว เช่น บริษัท Ha Tinh Trade and Mineral Corporation ซึ่งลงทุนทำโรงงานผลิตยิปซั่มที่แขวงคำม่วน คาดว่าจะผลิตได้ 60,000 ตันต่อปีเมื่อดำเนินการเต็มรูปแบบ และบริษัท Vinacomin มีโครงการทำเหมืองเหล็กที่แขวงเชียงขวาง ส่วนบริษัทเอกชนไทยที่ลงทุนด้านเหมืองแร่ คือ บริษัท ผาแดงอินดัสตรี ซึ่งมีโครงการจะทำเหมืองสังกะสีที่แขวงเวียงจันทน์

3) การเกษตร

โครงการลงทุนด้านการเกษตรขนาดใหญ่ใน สปป.ลาว ได้แก่ การทำไร่กาแฟ การปลูก ยางพารา การทำไร่อ้อย การเลี้ยงสัตว์ และการปลูกพืชเกษตรภายใต้ความร่วมมือแบบ Contract Farming เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อส่งออกเนื่องจากตลาดภายในประเทศมีจำกัด ส่วนเกษตรกรรายย่อยอาจเพาะปลูกพืชการเกษตรเพื่อจำหน่ายให้ผู้บริโภคในท้องถิ่น อุตสาหกรรมเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ โรงงานน้ำตาลโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงไก่และสุกร เป็นต้น
พื้นที่เพาะปลูกกาแฟที่สำคัญของ สปป.ลาว คือ ที่ราบสูงบริเวณในแขวงจำปาสัก ในปี 2551 ลาวผลิตกาแฟได้ประมาณ 15,000 ตัน ส่งออกร้อยละ 95 บริษัทเอกชนรายใหญ่ที่ปลูกกาแฟคือกลุ่มบริษัทดาวเฮือง ผู้ผลิตกาแฟยี่ห้อดาว และมีเอกชนไทยที่ลงทุนปลูกกาแฟที่แขวงจำปาสัก เช่น บริษัทปากซอง ไฮแลนด์ จำกัด ของเครือไทยเจริญ คอร์ปอเรชั่น บริษัททนะอินเตอร์อาโกร จำกัด บริษัทโชคชัยคอร์ปอเรชั่น เทรดดิ้ง บริษัทสุกสะหวันการเกษตร เป็นต้น
การปลูกยางพาราพบมากในแขวงภาคเหนือและภาคใต้ เช่น หลวงน้ำทา สะหวันนะเขตอัดตะปือ โครงการส่วนมากได้รับพื้นที่สัมปทานขนาดใหญ่ผู้ลงทุนรายใหญ่คือ จีนและเวียดนาม สำหรับเอกชนไทยมีบริษัทไทยฮั้วยางพารา ซึ่งร่วมลงทุนกับเอกชนลาวที่แขวงสะหวันนะเขตและแขวงคำม่วน ส่วนที่แขวงจำปาสักมี บริษัทจำปาสักสวนยางพารา จำกัด และบริษัทเหล่าบัณฑิตพัฒนากสิกรรม เป็นต้น
สำหรับการปลูกอ้อยและทำโรงงานน้ำตาลพบมากที่แขวงสะหวันนะเขตและคำม่วน เอกชนไทยที่ลงทุนใน สปป.ลาว คือ บริษัทมิตรลาว ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัทมิตรผล จำกัด เริ่มลงทุนตั้งแต่ปี 2549 ที่แขวงสะหวันนะเขต มูลค่า 3,000 ล้านบาท เริ่มผลิตนํ้าตาลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 ส่งออกไปสหภาพยุโรป 22,800 ตัน หรือร้อยละ 95 ส่วนที่เหลือจำหน่ายในประเทศ บริษัทกำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะขยายพื้นที่ปลูกอ้อยและสร้างโรงงานน้ำตาลอีก 1 แห่ง
เอกชนไทยรายใหญ่ที่ลงทุนด้านอุตสาหกรรมเกษตร คือ บริษัท ซี.พี.ลาว จำกัด มีทุนจดทะเบียน 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2550 ได้เปิดโรงงานอาหารสัตว์ กำลังการผลิตเดือนละ 6,000 ตัน บนพื้นที่ 62.47 ไร่ ที่บ้านพูคำ เมืองไซทานี นครหลวงเวียงจันทน์ และมีฟาร์มเลี้ยงสุกรและฟาร์มเลี้ยงไก่บนพื้นที่ 201.41 ไร่ รวมทั้งมีโครงการส่งเสริมการเลี้ยงปลา

4) บริการ

ในปี 2552 ลาวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2,008,000 คน เพิ่มจากปี 2550 ร้อยละ 16 สร้างรายได้ 263 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นแหล่งรายได้อันดับ 2 รองจากเหมืองแร่ สปป.ลาวตั้งเป้าให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเพิ่มเป็น 4 ล้านคนภายในปี 2563 และให้สร้างรายได้ 600-700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของ สปป.ลาว จะช่วยเพิ่มโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมบริการตามเมืองท่องเที่ยว เช่น นครหลวงเวียงจันทน์และเมืองหลวงพระบาง องค์การท่องเที่ยวแห่งชาติลาวประเมินว่าปัจจุบันมีโรงแรม ร้านอาหาร และสถานบันเทิงทั่วประเทศประมาณ 2,291 แห่ง รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่ชนบท สร้างความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชนในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
โดยทั่วไปนักลงทุนไทยมักลงทุนในกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก ส่วนมากเป็นร้านอาหารโรงแรมขนาดเล็กถึงกลาง สปา ส่วนกิจการอื่นๆ เช่น ร้านดอกไม้ ร้านทำผม มินิมาร์ท มีอยู่บ้างที่นครหลวงเวียงจันทน์ กิจการภาคบริการที่รัฐบาลลาวส่งเสริม คือ โรงพยาบาล โดยจะได้รับยกเว้นค่าเช่าที่ดินหรือค่าสัมปทานระยะเวลาหนึ่ง รวมทั้งได้รับยกเว้นภาษีกำไรเพิ่มเติมจากมาตรการปกติอีก 5 ปี

รายชื่อสินค้าและบริการที่มีศักยภาพ

อุตสาหกรรม
  • เครื่องจักรกลการเกษตร
  • เครื่องสำอาง สบู่ ผลิตภัณฑ์รักษาผิว
  • รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ
  • เคมีภัณฑ์
  • เครื่องดื่ม
  • คอมพิวเตอร์อุปกรณ์ ส่วนประกอบ
  • ปูนซีเมนต์/เหล็กและผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
  • ของตกแต่งบ้าน/โรงแรม/ร้านอาหาร
เกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
  • ข้าว และผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี
  • อาหารสำเร็จรูป
  • อาหารทะเลแช่แข็ง
  • ผัก ผลไม้ตามฤดูกาล
  • ผลิตภัณฑ์ยาง
  • ไก่สดแช่เย็น-แข็ง/เนื้อสัตว์ชิ้นส่วนต่างๆ
ธุรกิจบริการ
  • สปา โรงแรม การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
  • ร้านอาหาร และแฟรนไชส์
  • ออกแบบก่อสร้าง /การวางระบบ IT
  • การศึกษา สถานพยาบาล
  • ธนาคาร ประกันภัย ลิสซิ่ง ตลาดหลักทรัพย์
  • บันเทิง ถ่ายทำภาพยนตร์
  • ห้างสรรพสินค้า/ร้านสะดวกซื้อ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
  • อู่ซ่อมรถ ล้างรถ และประดับยนต์
  • ร้านเสริมสวย สถาบันความงาม
  • สถาบันฝึกอบรม
  • ซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • บำรุงดูแลรักษา/ซ่อมแซม อาคาร เขื่อน ระบบ IT คอมพิวเตอร์ฯลฯ
  • ตกแต่งภายใน / จัดสวน
  • จัดงานเลี้ยง / งานพิธี
  • กำจัดแมลง / วัชพืช
--
01/01/2014
ที่มา : http://www.thaibizlao.com/lao/thai-business/?cate=thai-business